ทำไมต้อง”ตัดจอยต์”

ตัดจอยต์

 ตัดจอยต์

       ตัดจอยต์ หรือ รอยต่อเผื่อการเคลื่อนตัว (Movement Joints) คือ การแยกชิ้นส่วนอาคารหรือวัสดุให้ขาดจากกันในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการแตกร้าว ดันกัน หรือบิดตัวจนเสียรูป อันมีสาเหตุมาจากการยืดหดตัวของวัสดุเนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง โดยบริเวณรอยต่อจะต้องมีรายละเอียดการกันน้ำและอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปได้ และมีวัสดุอุดยาแนวที่ยืดหยุ่นตัวได้ดี เช่น โพลีบิวเทน โพลียูรีเทน ซิลิโคน ฯลฯ อ่านเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม

ภาษาช่างมาทำความรู้จักคำว่า” Slab (สแลบ)”

       Slab (สแลบ) เป็นคำเรียกรูปแบบของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีลักษณะแบนและเป็นผืนแผ่ในแนวนอน  มักใช้ในส่วนของพื้น หลังคา ดาดฟ้า และระเบียง  การก่อสร้างใช้วิธีเดียวกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป ซึ่งมีทั้งรูปแบบคอนกรีตหล่อในที่และแผ่นหล่อสำเร็จรูปจากโรงงาน โดยรูปแบบและขนาดที่เหมาะสมจะอยู่ภายใต้การควบคุมของวิศวกรผู้ชำนาญการ อ่านเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม

ว่าด้วยเรื่อง”คอนกรีตผสมเสร็จหมดอายุ”คืออะไร????

คอนกรีตผสมเสร็จหมดอายุ คืออะไร

สำหรับท่านที่เคยเห็นรถปูน หรือรถโม่ปูน วิ่งเร็วแข่งกับเวลาบนท้องถนนทุกวันนั้น เนื่องจากเพื่อทำเวลาไม่ให้คอนกรีตผสมเสร็จที่บรรทุกอยู่ด้านในนั้นหมดอายุหรือเสียไปนั้นเอง

คำว่าหมดอายุนี้ ไม่ได้หมายความว่าเนื้อคอนกรีตนั้นจะเน่าหรืออย่างไร แต่หมายความว่าคอนกรีตนั้นเริ่มเข้าสู่กระบวนการการแข็งตัวหรือเซ็ตตัวแล้วต่างหาก เนื่องจากคอนกรีตที่ผสมเสร็จมาจากโรงงานนั้นเป็นคอนกรีตที่ผสมมาในอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับงานนั้นๆ เช่น เทพื้น หล่อเสา เป็นต้น ซึ่งจะมีค่ากำลังอัด หรือค่ายุบตัวตามที่เจ้าของงาน หรือวิศวกรกำหนดมา โดยเมื่อซีเมนต์ผสมน้ำ หิน และสารประกอบต่างๆ จนกลายเป็นคอนกรีตแล้ว จะเริ่มแข็งตัวภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น (เช่นเดียวกันกับคอนกรีตที่ผสมเองหน้างาน) ยกเว้นถ้าทางโรงงานผสมน้ำยาหน่วงคอนกรีตมาให้ ซึ่งสามารถยืดอายุคอนกรีตให้นานขึ้นได้ เป็น 2-4 ชั่วโมง (สำหรับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 1 เท่านั้น) แต่ปกติจะไม่เกิน 2 ชั่งโมง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ทางโรงงานจะคำนวณระยะทางและเวลาเพื่อเติมน้ำยาหน่วงคอนกรีตไว้ให้แล้วเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่ง และลำเลียงไปยังหน้างาน เพื่อผู้รับเหมาจะได้เทคอนกรีตลงแบบได้ทันท่วงทีก่อนที่คอนกรีตจะหมดอายุ อ่านเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม

การคำนวณ ปริมาณการใช้คอนกรีตว่าใช้กี่คิว

การคำนวณ การใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ว่าต้องใช้กี่คิว

โดยปกติการซื้อขายคอนกรีตผสมเสร็จนั้นจะได้หน่วยเป็นคิว หรือ ลูกบาศก์เมตร ถ้าท่านจะสร้างบ้านใหม่ทั้งหลัง หรือต่อเติมซ่อมแซมบ้านเพียงเล็กน้อย ท่านสามารถคำนวณได้เลยตามหลักการด้านล่าง หากมีวิศวกรหรือสถาปนิกที่ออกแบบให้ท่านก็จะมีการคำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถถามจำนวนที่ต้องการใช้ได้เลย   (สามารถศึกษา มาตราส่วนการหาพื้นที่เทคอนกรีตได้ ที่นี้ คลิก!) อ่านเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม

การหาขนาดของพื้นที่ ที่ดิน สำหรับการคำนวณหาพื้นที่ใช้เทคอนกรีต

มาตราส่วน : การหาขนาดของพื้นที่ ที่ดิน สำหรับการคำนวณหาพื้นที่ใช้เทคอนกรีตผสมเสร็จ และพื้นที่ทั่วไป (ไร่ – งาน – ตารางวา – ตารางเมตร)

มาตราส่วนที่ดิน สำหรับการหาขนาดของพื้นที่ สำหรับเทคอนกรีตผสมเสร็จ หรือ พื้นที่ใช้งานทั่วไป

=&0=& โดยปกติในปัจจุบัน หน่วยที่ใช้สำหรับบงบอกขนาดของพื้นที่ สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป หรือสำหรับงานเทคอนกรีตผสมเสร็จ มักจะใช้ หน่วยเป็น =&1=&ในการคำนวณพื้นที่ใช้งานหรือปริมาณวัสดุก่อสร้าง หรือ หาปริมาณคอนกรีตผสมเสร็จ โดยการเปรียบเทียบมาตราส่วนที่ดินแบบง่ายๆ คือ 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร 100 ตารางวา = 400 ตารางเมตร หรือเท่ากับ  1 งาน 4 งาน = 400 ตารางวา หรือ 1,600 ตารางเมตร หรือเท่ากับ 1 ไร่ (มาตราส่วน :  1 วา เท่ากับ 2 เมตร ) และการหาพื้นที่ต่อตารางเมตร ก็ไม่ยาก คือ นำด้านกว้าง หน่วยเป็นเมตร คูณ ด้านยาว หน่วยเป็นเมตร เช่น กว้าง(ม.) X ยาว(ม.) : กว้าง 2 เมตร X ยาว 4 เมตร  = 8 ตารางเมตร เมื่อได้พื้นที่ต่อตารางเมตรแล้ว สามารถคำนวณหาปริมาณคอนกรีตที่จะใช้ได้ ที่นี้-> การคำนวณ การใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ว่าต้องใช้กี่คิว =&2=& =&0=& =&4=&
อ่านเพิ่มเติม

ความเป็นมา”คอนกรีตคืออะไร”

=&0=& การก่อสร้างในยุคสมัยใหม่ทุกวันนี้ หนึ่งในวัสดุที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคอนกรีต แต่ถ้าเกิดถามว่าคอนกรีตนั้นคืออะไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร บางคนอาจเกาหัวแกรกๆ ดังนั้นเราลองมาเรียนรู้กันเถอะ คอนกรีตสะกดเป็นภาษาอังกฤษตามตัวเลยว่า concrete เป็นวัสดุผสมที่มักจะใช้กันในงานก่อสร้าง คอนกรีตนั้นประกอบไปด้วยส่วนผสมหลักๆ 3 ส่วน นั่นก็คือปูนซีเมนต์, วัสดุผสมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหิน, ทราย หรือว่าหินกรวด และน้ำ นอกเหนือจากนี้แล้วก็อาจจะมีการเพิ่มเติมสารเคมีไปอีก เพื่อให้ได้คุณสมบัติในด้านอื่นๆ ด้วย สำหรับการนำเอาคอนกรีตมาใช้ในงานประเภทต่างๆ ก็จะต้องมีส่วนผสมสำหรับการใช้งานนั้นๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม การผสมคอนกรีตนั้น เมื่อผสมได้ที่แล้วมันก็จะแข็งตัวอย่างช้าๆ ในส่วนนี้ปูนซีเมนต์และน้ำจะทำปฏิริยาเคมีกัน ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่ากระบวนการไฮเดรชั่น ซึ่งเมื่อทุกอย่างจับตัวกันจนแข็งดีแล้ว เราก็จะเรียกมันว่าคอนกรีตนั่นเอง คอนกรีตถูกใช้ในงานก่อสร้างมากมายหลากหลายประเภท ทั้งตึกอาคาร, ถนนหนทาง, สะพาน ฯลฯ www.slot918kissthai.com ซึ่งคุณสมบัติที่ดีของมันก็คือความทนทาน มันสามารถรับแรงอัดได้สูง ซึ่งถ้าหากต้องการเพิ่มการรับแรงดึงเข้าไปอีกก็จะสามารถเสริมวัสดุอื่นเข้าไปด้วยได้อย่างเช่นเหล็ก ซึ่งเราก็มักจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับคอนกรีต แม้ว่าจะดูเป็นวัสดุที่อยู่ในยุคสมัยใหม่ แต่อันที่จริงมันก็ถูกใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว โดยตามหลักฐานที่ค้นพบอ้างว่ามีการใช้คอนกรีตเทพื้นที่กระท่อม บริเวณที่ริมแม่น้ำดานูป ซึ่งเกิดขึ้นถึง 5,100 ปีก่อนสมัยพุทธกาลเลยทีเดียว แต่ถ้าอ้างอิงกันตามหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนก็คือวัฒนธรรมกรีก-โรมัน ซึ่งใช้คอนกรีตในการก่อสร้างตึกอาคาร, ป้อมปราการ และสถานที่สำคัญต่างๆ พวกเขาได้พัฒนาคอนกรีตกันจนได้คอนกรีตคุณภาพที่ ซึ่งเหมาะสมสำหรับสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่โดดเด่นเลยก็คือโคลีเซียมและโดมแพนธีออน ขณะที่ในยุคสมัยใหม่ก็ได้มีการนำเอาคอนกรีตมาพัฒนากันอยู่เรื่อยๆ โดยเริ่มมีการนำเอาเหล็กเข้ามาเป็นวัสดุเสริม กลายเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จากนั้นก็เริ่มมีคอนกรีตอัดแรง รวมไปถึงการใช้คอนกรีตสำเร็จรูป ทำให้การก่อสร้างในทุกวันนี้ ทุกอย่างสะดวกสบายขึ้นมาก นี่ก็คือการเรียนรู้เกี่ยวกับคอนกรีต ทั้งความหมายของมัน รวมถึงประวัติความเป็นมา หลังจากนี้ไปถ้าเรานึกถึงคอนกรีตก็จะได้ทราบอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับมันโดยถ่องแท้ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีอาชีพเกี่ยวกับการก่อสร้าง แต่ของแบบนี้รู้เอาไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

ขอขอบคุณข้อมูลและที่มา:xn--12cfn5csu9and2eb2a1i6g9d.blogspot.com/
อ่านเพิ่มเติม